คอนโดชะลอหนัก เปิดใหม่ต่ำสุดรอบ20ปี สมาคมอาคารชุด หวังรัฐปลดล็อกข้อจำกัด

05 พฤษภาคม 2569
คอนโดชะลอหนัก เปิดใหม่ต่ำสุดรอบ20ปี สมาคมอาคารชุด หวังรัฐปลดล็อกข้อจำกัด
  • การเปิดตัวโครงการคอนโดใหม่ในปีนี้คาดว่าจะลดลงเหลือเพียง 17,000 ยูนิต ซึ่งเป็นระดับต่ำที่สุดในรอบ 20 ปี
  • ปัจจัยลบหลักมาจากต้นทุนก่อสร้างที่สูงขึ้น กำลังซื้อในประเทศที่อ่อนแอ และเกณฑ์สินเชื่อที่เข้มงวดซึ่งมีอัตราการปฏิเสธสูงถึง 40-50%
  • สมาคมอาคารชุดไทยเสนอให้ภาครัฐออกมาตรการช่วยเหลือเพื่อกระตุ้นตลาด เช่น การผ่อนคลายเกณฑ์ LTV, ลดค่าธรรมเนียมการโอน-จดจำนอง และขยายระยะเวลาเช่าสำหรับชาวต่างชาติ

ภาคอสังหาริมทรัพย์ไทยกำลังเผชิญแรงกดดันรอบด้าน ทั้งต้นทุนก่อสร้างที่ปรับตัวสูง กำลังซื้อในประเทศที่ยังเปราะบาง และเกณฑ์สินเชื่อที่เข้มงวด ส่งผลให้การเปิดตัวโครงการใหม่ในปี 2569 ลดลงเหลือราว 17,000 ยูนิต ต่ำสุดในรอบ 20 ปี ท่ามกลางความพยายามของภาคเอกชนในการผลักดันมาตรการรัฐเพื่อประคองตลาด

ปิติพัฒน์ ปรีดานนท์ นายกสมาคมอาคารชุดไทย ระบุว่า การดำเนินงานในช่วง 2 ปีข้างหน้า จะเน้นการต่อยอดภารกิจเดิม โดยเฉพาะการทำงานร่วมกับหน่วยงานภาครัฐ เพื่อผลักดันมาตรการสนับสนุนภาคอสังหาริมทรัพย์มาตรการสำคัญที่อยู่ระหว่างการหารือ ได้แก่ การผ่อนคลายเกณฑ์สินเชื่อที่อยู่อาศัย (LTV) การปรับลดค่าธรรมเนียมการโอนและจดจำนอง รวมถึงข้อเสนอขยายระยะเวลาการเช่าทรัพย์สิทธิจาก 30 ปี เป็น 60 ปี เพื่อเพิ่มแรงจูงใจให้นักลงทุนต่างชาติ

นอกจากนี้ ยังมีข้อเสนอให้ปรับปรุงกระบวนการพิจารณารายงานผลกระทบสิ่งแวดล้อม (EIA) ให้ใช้ระยะเวลาสั้นลง จากเดิมที่อาจใช้เวลา 1-2 ปี เหลือประมาณ 3-5 เดือน เพื่อลดต้นทุนทางการเงินของผู้ประกอบการ

ภาษีที่ดินกดดันต้นทุน สต็อกขายอืด

อีกหนึ่งประเด็นที่ภาคเอกชนให้ความสำคัญ คือ การปรับปรุงกฎหมายภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง ซึ่งมีผลบังคับใช้มาแล้วกว่า 5 ปีปัจจุบัน สินค้าคงค้างของผู้ประกอบการที่ยังไม่สามารถจำหน่ายได้ ถูกจัดเก็บภาษีในอัตรา “อื่นๆ” ส่งผลให้ภาระภาษีสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ

ขณะเดียวกัน อัตราการระบายสินค้า (Absorption Rate) ชะลอตัวลง โดยใช้เวลาจากเดิมเฉลี่ย 2-3 ปี ขยายเป็น 5-6 ปี ทำให้ผู้ประกอบการต้องแบกรับต้นทุนภาษีและดอกเบี้ยเป็นระยะเวลานานขึ้นภาระดังกล่าวมีแนวโน้มถูกสะท้อนเข้าสู่ราคาขาย ซึ่งอาจกระทบต่อผู้บริโภคในระยะถัดไป

สินเชื่อเข้ม ดันอัตราปฏิเสธพุ่ง 40-50%

สถานการณ์สินเชื่อที่อยู่อาศัยยังคงเป็นข้อจำกัดสำคัญของตลาด โดยมีอัตราการปฏิเสธสินเชื่อ (Rejection Rate) อยู่ในระดับ 40-50% แม้ผู้บริโภคจำนวนหนึ่งยังมีความต้องการซื้อที่อยู่อาศัย แต่ไม่สามารถเข้าถึงสินเชื่อได้ ส่งผลให้ดีมานด์ที่แท้จริงไม่สามารถแปลงเป็นยอดขายได้

ผู้ประกอบการจึงเริ่มปรับรูปแบบการขาย เช่น การทำโครงการ “เช่าซื้อ” (Rent to Own) เพื่อเปิดโอกาสให้ผู้บริโภคที่ยังไม่พร้อมด้านสินเชื่อสามารถเข้าถึงที่อยู่อาศัยได้มากขึ้นพร้อมกันนี้ ภาคเอกชนเสนอให้ภาครัฐพิจารณามาตรการสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำ (Soft Loan) และแนวทางการรวมหนี้ เพื่อช่วยเพิ่มศักยภาพในการกู้ของผู้บริโภค

 ต้นทุนก่อสร้างพุ่ง กดดันราคาขายขยับ 3-8%

ด้านต้นทุนการพัฒนาโครงการ ปรับตัวเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง โดยเฉพาะในช่วงที่ผ่านมา พบว่าต้นทุนก่อสร้างเพิ่มขึ้นราว 10-20% โดยเฉพาะในโครงการขนาดเล็กปัจจัยหลักมาจากราคาพลังงาน ค่าขนส่ง และการปรับขึ้นของราคาวัสดุก่อสร้าง เช่น เหล็ก คอนกรีต และอลูมิเนียม

แนวโน้มดังกล่าวส่งผลให้ราคาที่อยู่อาศัยในอนาคตอาจปรับเพิ่มขึ้น ประมาณ 3-8% อย่างไรก็ตาม การปรับขึ้นราคายังต้องพิจารณาความสามารถในการซื้อของผู้บริโภคเป็นหลัก

 เปิดโครงการใหม่ลดเหลือ 1.7 หมื่นยูนิต ต่ำสุดรอบ 20 ปี

จากปัจจัยลบที่เกิดขึ้นพร้อมกัน ส่งผลให้ผู้ประกอบการชะลอการเปิดตัวโครงการใหม่ โดยปีนี้คาดว่าจะมีจำนวนเปิดตัวเพียงประมาณ 17,000 ยูนิต ซึ่งเป็นระดับต่ำสุดในรอบ 20 ปี ต่ำกว่าปี2568 ที่ผ่านมา เนื่องจากสงคราม ที่ส่งผลกระทบต่อต้นทุนและกำลังซื้อผู้บริโภค

ดังนั้น ผู้ประกอบการส่วนใหญ่จึงเลือกบริหารสต็อกเดิมที่มีอยู่ ซึ่งเป็นต้นทุนเก่าที่สามารถควบคุมราคาได้ดีกว่า แทนการลงทุนใหม่ที่มีความเสี่ยงด้านต้นทุนและกำลังซื้อ

ต่างชาติยังเป็นแรงพยุง 18-20%

ในภาวะที่กำลังซื้อในประเทศยังไม่ฟื้นตัวเต็มที่ กลุ่มผู้ซื้อชาวต่างชาติยังคงมีบทบาทในตลาด โดยมีสัดส่วนประมาณ 18-20% กลุ่มที่มีแนวโน้มเข้ามาซื้ออสังหาริมทรัพย์ในไทย ได้แก่ ผู้ที่ย้ายถิ่นฐานจากประเทศที่มีความไม่แน่นอนทางการเมืองและเศรษฐกิจ เช่น เมียนมา ไต้หวัน และรัสเซีย

อย่างไรก็ตาม แรงซื้อจากต่างชาติยังไม่เพียงพอที่จะชดเชยตลาดในประเทศที่ชะลอตัว

 จับตานโยบายรัฐ ตัวแปรสำคัญฟื้นตลาด

อย่างไรก็ดี ภาพรวมตลาดอสังหาริมทรัพย์ไทยในระยะต่อไป ยังขึ้นอยู่กับหลายปัจจัย ทั้งทิศทางเศรษฐกิจ กำลังซื้อของผู้บริโภค และมาตรการสนับสนุนจากภาครัฐ 
“ภาคเอกชนมองว่า หากสามารถผลักดันมาตรการต่างๆ ให้เกิดขึ้นได้อย่างเป็นรูปธรรม จะช่วยฟื้นความเชื่อมั่นและกระตุ้นการตัดสินใจซื้อได้ในระดับหนึ่ง”

ท่ามกลางความท้าทายที่ยังคงอยู่ การฟื้นตัวของภาคอสังหาริมทรัพย์จึงยังต้องใช้เวลา และอาศัยแรงสนับสนุนจากหลายภาคส่วนควบคู่กัน


แหล่งที่มา : กรุงเทพธุรกิจ

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

The information in the above report, publication and website has been obtained from sources believed to be reliable. However, Iron & Steel Institute of Thailand does not guarantee the accuracy, adequacy or completeness of the information. Any opinions or forecasts regarding future events may differ from actual events or results. In addition, Iron & Steel Institute of Thailand reserves the right to make changes and corrections to the information, including any opinions or forecasts, at any time without notice.